วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557

เล่าเรื่องเมืองฝรั่งเศส ตอนที่ 18

แฟชั่นกระเป๋าในวัยรุ่น
ประเทศฝรั่งเศสขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของกระเป๋าแบรนด์เนม ใครมาเที่ยวฝรั่งเศสก็ต้องหนีไม่พ้นการซื้อกระเป๋าสะพายสวยๆ เพื่อเอากลับไปใช้ที่เมืองไทย 

ราคากระเป๋าแบรนด์เนมแต่ละยี่ห้อก็แตกต่างกันไปตามกำลังซื้อของแต่ละคน แต่ที่แน่ๆคือ เมื่อเราซื้อแล้ว เรามีสิทธิ์ทำ Tax refund ซึ่งนั่นหมายความว่า ราคาโดยทั่วไปก็จะถูกกว่าที่เมืองไทย

กระเป๋ายี่ห้อดังที่วางขายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำและคนไทยนิยมซื้อ ได้แก่ Longchamp, Louis Vitton, Dior, Prada, Burberry, Balenciaga, ... เราจะสังเกตเห็นว่า ลูกค้าที่ต่อแถวหน้าร้านหรูทั้งหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเอเชียทั้งนั้นเลย

แต่ความเป็นจริงแล้ว คนฝรั่งเศสซึ่งเป็นเจ้าของดินแดนแห่งกระเป๋าแบรนด์เนมนั้น เขาใช้กระเป๋ายี่ห้ออะไรกัน? วันนี้ท่านจะได้รับคำตอบค่ะ

หากท่านจินตนาการว่า ผู้คนตามถนนหนทางนิยมสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมอย่างดาษดื่นเหมือนคนไทย ขอให้ท่านเปลี่ยนทัศนคติ เพราะในชีวิตจริงแล้ว วัยรุ่นฝรั่งเศสหรือคนทำงานทั่วไปมักใช้กระเป๋าเป้ยี่ห้อ " Eastpak "

กระเป๋ายี่ห้อนี้เปรียบได้ว่าเป็น " กระเป๋าแห่งชาติ " เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่คนสะพายกระเป๋านี้ เด็กนักเรียนและวัยรุ่นทั้งหลายต่างฮิตกระเป๋า Eastpak ไม่ต่างจากที่คนไทยฮิตกระเป๋า Longchamp

หากเป็นผู้ใหญ่ เขาก็จะใช้กระเป๋า Eastpak เวลาเดินทาง หรือไปค้างต่างเมืองช่วงสั้นๆ

กระเป๋าผ้า Eastpak มีข้อดีคือ ทนทานมาก ใช้วัสดุคุณภาพดี และทางบริษัทรับประกัน 30 ปี มีให้เลือกทั้งหมด 41 สี กระเป๋าเป้รุ่นธรรมดาตามภาพนี้ ก็ราคาประมาณ 2,500 บาท

ส่วนมากแล้ว คนฝรั่งเศส 1 คนหรือ 1 ครอบครัว อย่างน้อยต้องมีกระเป๋า Eastpak 1 ใบในชีวิต

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

เล่าเรื่องเมืองฝรั่งเศส ตอนที่ 17

การจับมีด
คนฝรั่งเศสมีวิธีการจับมีดเพื่อปอกเปลือกผักหรือผลไม้ต่างจากคนไทย 

จากภาพ เราสังเกตเห็นว่า เขาหันคมมีดเข้าหาตัว และใช้นิ้วโป้งช่วยประคองเปลือก เพื่อไม่ให้คมมีดโดนนิ้วมือ

แต่คนไทยจะหันคมมีดออกจากตั


วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

เล่าเรื่องเมืองฝรั่งเศส ตอนที่ 16

ลายมือคนฝรั่งเศส
คอลัมน์ที่ 1 เราจะสังเกตเห็นว่าถึงแม้คนฝรั่งเศสจะเขียนลายมือเป็นตัวเขียน แต่มันก็ไม่เหมือนกับตัวเขียนของคนไทย เช่น ตัว f, h, q

คอลัมน์ที่ 2 เป็นการเขียนตัวเลข คนฝรั่งเศสมักเขียนเลข 1 ให้มีหัวยาว ต่างจากคนไทยที่เขียนเลข 1 หัวสั้น และเลข 4 ของเขาก็เป็นแบบเปิดหัว ไม่ลากมุมด้านบนให้ชิดกัน

คอลัมน์ที่ 3 น่าสนใจมากสุด เพราะเป็นการเขียนตัวย่อ เวลาที่คนฝรั่งเศสจดเลคเชอร์ในชั้นเรียน ต้องรีบเขียนให้เร็ว บางคำศัพท์ ก็ยาวเกินไป เขาไม่สามารถสะกดให้ครบคำได้ เขาจึงมีตัวย่อต่างๆ ดังที่ท่านเห็นในภาพ

ส่วนคอลัมน์ที่ 4 เป็นลายมือเต็มเวลาที่เขาเขียนรวมเป็นคำ เขาจะเขียนตัวอักษรลักษณะแบนๆ และแต่ละตัวจะชิดกัน


วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

เล่าเรื่องเมืองฝรั่งเศส ตอนที่ 15

อาหารการกินในงานเลี้ยงที่บ้าน
อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วว่าคนฝรั่งเศสกินข้าวดึก และใช้เวลาบนโต๊ะอาหารหรือกับมื้ออาหารนานมาก เพราะเขาไม่ได้กินรวดเดียวจบอย่างคนไทย เขาต้องมีขั้นตอนการกินอาหารหลายจาน ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการบางครั้งใช้เวลานานถึง 5-6 ชั่วโมง

ประมาณ 1 ทุ่มเป็นต้นไป หรือบางบ้านก็เริ่ม 2 ทุ่ม เมื่อแขกเหรื่อทยอยกันมาถึงแล้ว เจ้าบ้านจะบริการ l'appéritif ( ลัปเปคริตีฟ ) แปลว่า อาหารเรียกน้ำย่อย เพื่อให้กินฆ่าเวลาไปก่อน ตามปกติแล้ว เครื่องดื่มที่เสิร์ฟมักเป็นเบียร์ แชมเปญ โค้ก หรือน้ำส้ม ส่วนอาหารนั้นเป็นพวกมันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบ แตงกวาสดหั่นเป็นชิ้นยาวๆ มะเขือเทศจิ๋ว ขนมปังทาทูน่า และแคร๊กเกอร์รสเค็ม ( ภาพที่ 1 )

ประมาณ 3 ทุ่ม เจ้าบ้านจะคอยสังเกตว่าหากอาหารเริ่มหมดจานแล้ว ก็แปลว่าสามารถเสิร์ฟอาหารจานหลักต่อไปได้ ในงานเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ อาหารจานหลักจะไม่ใช่อาหารที่ต้องปรุงสุก แต่มักเป็นพวกอาหารแช่เย็นที่ตักรับประทานได้ง่าย เช่น สลัดพาสต้าใส่ปูอัดและมะเขือเทศ สลัดข้าวใส่ข้าวโพดและทูน่า ตับห่านบด ตับหมูบด แฮมนานาชนิด และที่ขาดไม่ได้ คือ ไส้กรอกแห้งหั่นเป็นแว่นๆ ส่วนเครื่องดื่มคือ ไวน์แดง ( ภาพที่ 2 )

ประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง เมื่อแขกเริ่มอิ่มกับอาหารคาวแล้ว เจ้าบ้านจะทยอยเคลียร์โต๊ะ เพื่อวางเนยแข็งให้กินคู่กับขนมปังหลังอาหาร

หลังจากนั้นประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ก็ถึงคราวของหวาน ไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิดหรืองานเลี้ยงทั่วไป คนฝรั่งเศสไม่นิยมซื้อเค้กตามร้านมาเป่า เขาชอบทำเค้กโฮมเมดเอง นี่คือเสน่ห์ของการกินเลี้ยงที่บ้าน เพราะเจ้าบ้านมีความสุขที่จะได้โชว์ฝีมือการทำอาหารอวดแขก เขาไม่ได้มีความคิดว่า ต้องซื้อเค้กก้อนใหญ่ๆหรือแพงๆจากร้านเบเกอรี่ แต่เขาคิดว่า ควรทำเค้กที่มีความหมาย เพื่อคนกินจะได้ประทับใจกับเค้กฝีมือเจ้าบ้านมากกว่า

เนื่องจากงานเลี้ยงนี้ เป็นงานวันเกิดที่ชายหนุ่มคนหนึ่งจัดขึ้นเพื่อเซอร์ไพรส์แฟนสาว และเขามักจะเรียกแฟนเล่นๆว่า " กีวี่ " เขาจึงทำเต้าฮวยรูปหัวใจรสถั่วพิสทาชิโอ แล้วหั่นกีวี่วางประดับรอบๆ สร้างความประทับใจให้แก่แฟนสาวและแขกที่มาร่วมงาน

ภายในงานเลี้ยง คนฝรั่งเศสไม่ได้ดื่มเหล้าผสมโซดาใส่น้ำแข็ง เขาดื่มแค่เบียร์ในช่วงอาหารเรียกน้ำย่อย นอกนั้นแล้วเขาดื่มไวน์ตลอดงาน

งานเลี้ยงที่บ้านส่วนใหญ่เลิกอย่างเร็วประมาณ ตี 1 หรืออย่างช้าก็ ตี 2

แต่หากเป็นงานแต่งงานนั้น เลิกดึกยิ่งกว่านี้ คือ เลิก ตี 3 แขกเหรื่อจึงจะทยอยกลับได้

วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2557

เล่าเรื่องเมืองฝรั่งเศส ตอนที่ 14

การจัดปาร์ตี้ที่บ้าน
คนฝรั่งเศสได้ชื่อว่าเป็น " ตัวแม่แห่งการจัดปาร์ตี้ที่บ้าน "

เมื่อเขาต้องการจัดงานเลี้ยงอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิด งานแต่งงาน งานฉลองเรียนจบ ฯลฯ เขามักจะเชิญญาติหรือเพื่อนฝูงมาสังสรรค์กันที่บ้าน เขาไม่ชอบการไปนั่งกินเป็นโต๊ะใหญ่ที่ร้านอาหาร เพราะมันไม่ได้บรรยากาศของความอบอุ่นและความเป็นกันเอง

เขาไม่ได้คิดว่า การฉลองอย่างสมเกียรติหรืออย่างหรูหราจะต้องจัดขึ้นที่ร้านอาหาร แต่ในทางกลับกัน เจ้าบ้านมีความสุขที่จะได้ทำอาหาร ได้จัดโต๊ะอาหาร ได้บริการ และได้รับรองแขกเหรื่อที่บ้าน เขาไม่ได้คิดว่าบ้านคือสถานที่ส่วนตัว หรืออายที่จะโชว์บ้านให้คนอื่นดู เขาจะดีใจมากที่มีคนชอบมาบ้านเขา และหากงานเลี้ยงเลิกดึกก็เชิญให้แขกเหรื่อนอนค้างที่บ้านไปเลย

คำว่า " งานเลี้ยง " นั้น เมื่อจัดขึ้นที่บ้าน มักจะมีคนมาร่วมงานอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 คน จากประสบการณ์ของเนส เคยเจอแขกมาบ้านมากสุดประมาณ 40 คน หากเป็นคนไทยจะคิดว่า คนเยอะขนาดนี้ ไปจัดที่ร้านอาหารเถอะ สะดวกกว่า ไม่ต้องมาเก็บล้างทำความสะอาดด้วย แต่คนฝรั่งเศสเขาชอบแนวนี้ ถึงแม้ว่าบ้านจะเล็ก อัดกันอยู่ในบ้าน เปิดประตูออกไปที่สวนไม่ได้เพราะอากาศหนาว แต่เขาก็สู้ตาย เขาไม่มีแม่บ้านช่วยทำอาหารหรือคอยเก็บกวาดหลังงานเลิกด้วยซ้ำ เขาทำกันเองทุกอย่าง ถึงแม้จะเหนื่อย แต่เขามีความสุขที่คนให้เกียรติมาบ้านเขา

คนฝรั่งเศสชอบจัดอะไรที่น่ารักๆ หรือมักสรรหากิจกรรมสนุกๆ มาเล่นเวลามีงานเลี้ยง เพื่อแสดงออกว่างานนี้จัดขึ้นเพื่อ " เธอ " นะ

ในภาพนี้ คือส่วนหนึ่งของการจัดงานวันเกิดที่บ้าน ซึ่งชายหนุ่มคนหนึ่งจัดขึ้นเพื่อเซอร์ไพรส์แฟนสาวของเขา เขามักจะเรียกแฟนเล่นๆว่า " กีวี่ " ดังนั้นเพื่อเป็นการให้เกียรติว่า " เธอ " คือคนสำคัญของงาน เขาจึงหารูปกีวี่ในแบบต่างๆ แล้วนำไปล้างที่ร้านอัดรูป จากนั้นก็นำมาเรียงไว้ที่โต๊ะหน้าประตูบ้าน เพื่อให้แขกแต่ละคนทยอยเขียนข้อความสุขสันต์วันเกิดที่ด้านหลังของภาพ และนำภาพนั้นไปติดที่บอร์ด

วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557

เล่าเรื่องเมืองฝรั่งเศส ตอนที่ 13

สถานีรถไฟในเย็นวันศุกร์
ภาพที่ท่านเห็นคือภาพจากสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง เราจะเห็นภาพแบบนี้ได้เฉพาะเย็นวันศุกร์ และกลางคืนวันอาทิตย์เท่านั้น

นี่ไม่ใช่การประท้วงที่มีทหารถือปืนเดินไปมา แต่คือการรักษาความสงบและความปลอดภัยตามปกติในช่วงเย็นวันศุกร์ และกลางคืนวันอาทิตย์

เนื่องจากคนฝรั่งเศสไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนหรือคนทำงาน มักจะย้ายไปเรียนหรือไปทำงานที่เมืองอื่นในช่วงวันธรรมดา ไปเช่าอพาร์ทเม้นอยู่กัน ดังนั้น พอถึงตอนเย็นวันศุกร์ พวกเขาก็จะนั่งรถไฟกลับบ้าน การคมนาคมในฝรั่งเศสจะเน้นรถไฟเป็นหลัก ไม่มีรถทัวร์หรือรถตู้รับ-ส่งระหว่างเมืองเหมือนบ้านเรา

ที่สถานีรถไฟส่วนใหญ่ทั่วประเทศจะคราคร่ำไปด้วยผู้คน แต่ละมีคนสัมภาระเป็นเป้หรือกระเป๋าลาก เราอาจสงสัยว่า แค่กลับบ้าน 2 วัน ใช้กระเป๋าใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ? คำตอบ คือ เขาจะขนเสื้อผ้าที่ใช้แล้วตลอดสัปดาห์ เอากลับไปซักที่บ้าน ทำให้แต่ละคนต้องหอบหิ้วของพะรุงพะรังกันทีเดียว

ส่วนกลางคืนวันอาทิตย์นั้น เรียกได้ว่า " ยิ่งดึกยิ่งคึก " เพราะคนจะกลับมาทำงานหรือมาเรียนในนาทีสุดท้าย คือ เลือกรอบรถไฟให้ดึกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ได้อยู่บ้านให้นานที่สุด เพราะฉะนั้น หากท่านกำลังวางแผนเที่ยวโดยรถไฟ ก็ไม่ต้องกลัวเลยว่า ที่สถานีรถไฟส่วนใหญ่ช่วงดึกวันอาทิตย์จะเปลี่ยว ท่านมีเพื่อนร่วมทางเยอะเลยค่ะ


วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557

เล่าเรื่องเมืองฝรั่งเศส ตอนที่ 12

ห้องน้ำและสุขอนามัยของชาวฝรั่งเศส
เมื่อคนไทยมาเที่ยวฝรั่งเศส ถึงแม้ว่าจะสนุกสนานเพลิดเพลินกับบ้านเมืองที่สวยงามตระการตา แต่เรามักจะเจอปัญหาเล็กๆ ที่ทำให้เกิดความไม่สบายกายไม่สบายใจขึ้นได้ นั่นคือ ห้องน้ำทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่โรงแรม ที่ร้านอาหาร ฯลฯ ไม่มี " สายฉีดชำระ " 

คนฝรั่งเศสไม่รู้จักสายฉีดชำระ ไม่มีขายตามห้าง ไม่เคยใช้ และไม่คิดจะใช้ เขามีความเชื่อว่า การใช้สายฉีดชำระนั้นไม่สะอาด เป็นที่สะสมของเชื้อโรค เพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม เขาคิดว่าแค่เช็ดด้วยกระดาษทิชชู่นั่นก็เพียงพอ และสะอาดแล้ว

อีกทั้งตามห้องน้ำ ก็จะไม่ค่อยมีถังขยะวางไว้ใกล้ชักโครกเหมือนเมืองไทย นั่นเป็นเพราะว่า คนฝรั่งเศสทิ้งทิชชู่ลงในชักโครกไปเลย เขาเคยชินกับความคิดที่ว่า ทิชชู่ไม่ได้ทำให้ส้วมตัน และกระดาษทิชชู่บางยี่ห้อ ยังทำแกนกระดาษให้อ่อน บิดง่าย เพื่อให้ทิ้งแกนลงในชักโครกได้อีกด้วย

คนฝรั่งเศสอาบน้ำวันละ 1 ครั้ง คือ ตอนเช้า ส่วนตอนกลางคืนนั้น พอทานข้าวเย็นเสร็จก็เปลี่ยนชุดนอนเลย

เรื่องการแปรงฟัน โดยภาพรวม คนฝรั่งเศสแปรงฟันวันละ 2 ครั้งเหมือนคนไทย คือ เช้าและเย็น แต่มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากเรามาก คือ พอเขาตื่นนอนมาตอนเช้า เขายังไม่แปรงฟัน เขาจะลงมาทานอาหารเช้าก่อน แล้วค่อยขึ้นไปแปรงฟัน เพราะเขารู้สึกว่า ไหนๆก็นอนหลับมาทั้งคืน ปากก็ไม่สะอาด มีกลิ่นปากอยู่แล้ว ดังนั้น ก็กินข้าวไปเลย แล้วค่อยแปรงทีเดียวก่อนออกจากบ้าน ซึ่งต่างจากคนไทยที่เราคิดว่า ตื่นเช้ามาต้องแปรงฟันให้สะอาดก่อน แล้วค่อยกินข้าว

ส่วนตอนกลางคืนยิ่งแล้วใหญ่ คนฝรั่งเศสบางคนไม่แปรงฟัน พอทานข้าวเย็นและดูทีวีเสร็จ ก็เปลี่ยนชุดนอน ขึ้นเตียงเลย ไม่ยอมแปรงฟันก่อนนอน สาเหตุที่บางคนมีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะว่าคนฝรั่งเศสมีนิสัยกินข้าวดึก และใช้เวลาบนโต๊ะอาหารนานมาก เช่น เริ่มกินประมาณ 2 ทุ่ม หรือ 2 ทุ่มครึ่ง กว่าจะเสร็จก็ 3 ทุ่มกว่า หากมีงานเลี้ยงหรืองานปาร์ตี้ต่างๆ กว่าจะเริ่มกินก็ 3 ทุ่ม กินเสร็จประมาณเที่ยงคืนกว่า คนก็เหนื่อยและง่วงแล้ว จึงนอนหลับไปเลย ทำให้บางคนติดเป็นนิสัยว่าละเลยการแปรงฟันตอนกลางคืน